A-10 กลับจากปฏิบัติการ Epic Fury พร้อมสัญลักษณ์การรบและเครื่องหมายทำลายเรืออิหร่าน







เครื่องบินโจมตีภาคพื้นดินแบบ A-10 Thunderbolt II ของฝูงบินขับไล่ที่ 75 สังกัดกองบินที่ 23 จากฐานทัพอากาศมูดี้ รัฐจอร์เจีย จำนวน 11 ลำ เดินทางถึงฐานทัพอากาศ RAF Lakenheath ในสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 ระหว่างเดินทางกลับสหรัฐฯ หลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลาง ภายใต้ปฏิบัติการ Operation Epic Fury รวมถึงภารกิจเหนืออิรักและซีเรียด้วย

สิ่งที่ได้รับความสนใจคือเครื่องบินแต่ละลำมีการวาด Nose Art และเครื่องหมายแสดงจำนวนอาวุธที่ใช้ในการรบ โดยหลายลำใช้ชื่อจากตัวละครเกม Nintendo และ Super Smash Bros. เช่น Samus, Kirby, Fox, Diddy Kong, Ridley และ Sephiroth

เครื่องหมายอาวุธที่เผยให้เห็นภารกิจรบ

จากสัญลักษณ์ที่ปรากฏบนลำตัวเครื่องบิน แสดงให้เห็นว่า A-10 ได้ใช้อาวุธหลากหลายชนิดในการโจมตีเป้าหมายในพื้นที่ปฏิบัติการ ได้แก่

  • ระเบิดนำวิถี GBU-31 ขนาด 2,000 ปอนด์
  • ระเบิด GBU-38 และ GBU-54 JDAM/Laser JDAM
  • ขีปนาวุธอากาศสู่พื้น AGM-65 Maverick
  • จรวด Hydra 70 ติดชุดนำวิถี APKWS II
  • กระสุนปืนใหญ่อากาศยาน 30 มม. ของปืน GAU-8 Avenger อันเป็นเอกลักษณ์ของ A-10

นอกจากนี้ยังพบสัญลักษณ์ที่ดูเหมือนจะเป็น MALD (Miniature Air-Launched Decoy) ซึ่งเป็นอากาศยานลวงเป้าหมายที่ใช้หลอกระบบป้องกันภัยทางอากาศของฝ่ายตรงข้ามอีกด้วย

A-10 อาจมีส่วนในการทำลายเรืออิหร่าน

จุดที่น่าสนใจที่สุดอยู่ที่เครื่องบิน A-10C ชื่อ "Samus" ซึ่งมีการวาดสัญลักษณ์รูปเรือรบอิหร่านที่ถูกทำลายจำนวน 2 ลำ บริเวณลำตัวเครื่องบิน

สื่อ The Aviationist ระบุว่าเครื่องหมายดังกล่าวเป็นหลักฐานบ่งชี้ว่า A-10 ไม่ได้ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด (CAS) เท่านั้น แต่ยังเข้าร่วมภารกิจโจมตีทางทะเลในช่วงปฏิบัติการ Epic Fury ด้วย

บทบาทใหม่ของ A-10 ในสงครามทางทะเล

แม้ A-10 จะถูกออกแบบมาเพื่อโจมตีรถถังและสนับสนุนกำลังภาคพื้นดิน แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ทดลองใช้เครื่องบินชนิดนี้ในภารกิจโจมตีเรือผิวน้ำมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ A-10 เคยร่วมภารกิจคุ้มกันเรือดำน้ำสหรัฐฯ ฝึกโจมตีเป้าหมายทางทะเลในอ่าวโอมาน และฝึกรับมือฝูงเรือไร้คนขับ (USV Swarm) ซึ่งกำลังกลายเป็นภัยคุกคามสำคัญในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ด้วยความสามารถในการบินต่ำ ความคล่องตัวสูง สามารถวนอยู่เหนือพื้นที่เป้าหมายได้นาน และใช้อาวุธได้หลากหลาย ทำให้ A-10 ยังคงเป็นอากาศยานที่มีประสิทธิภาพในการรับมือเรือเร็วและเป้าหมายทางทะเลขนาดเล็กในอ่าวเปอร์เซีย

เครื่องหมายลึกลับที่อาจเกี่ยวข้องกับ F-15E ที่ถูกยิงตก

อีกหนึ่งรายละเอียดที่นักวิเคราะห์สนใจคือ A-10 ชื่อ "Ridley" มีภาพหางเครื่องบิน F-15E พร้อมข้อความ "So Others May Live" ซึ่งอาจสื่อว่าเครื่องบินลำนี้มีส่วนร่วมในภารกิจกู้ภัยหรือค้นหานักบินของเครื่องบิน F-15E Strike Eagle ที่ถูกยิงตกเหนืออิหร่านก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกัน A-10 ชื่อ "Kirby" ยังมีสัญลักษณ์รถกระบะลักษณะคล้าย "Technical" ที่กำลังถูกทำลาย ซึ่งอาจสื่อถึงการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินประเภทดังกล่าว แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการ

สรุป

ภาพถ่ายของ A-10 ที่กลับจากปฏิบัติการ Epic Fury เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับภารกิจทางอากาศของสหรัฐฯ ในสงครามกับอิหร่าน โดยเฉพาะการปรากฏของเครื่องหมายการทำลายเรืออิหร่าน 2 ลำบนเครื่องบิน A-10C "Samus" ซึ่งอาจเป็นหลักฐานสำคัญว่าเครื่องบินโจมตีภาคพื้นดินรุ่นนี้ถูกนำมาใช้ในบทบาทโจมตีทางทะเลอย่างจริงจัง นอกเหนือจากภารกิจสนับสนุนภาคพื้นดินแบบดั้งเดิมของมัน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รถถัง Type 59D

F-35A Lightning II: สุดยอดเครื่องบินขับไล่ล่องหนยุคที่ 5 ของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา

Airbus เปิดตัว U145 อากาศยานไร้คนขับปีกหมุนรุ่นใหม่ พลิกโฉมภารกิจลำเลียงทางอากาศในอนาคต